มง-แซ็ง-มีแชล – Mont Saint Michel ประเทศฝรั่งเศส

mont-saint-michel-artis

Mont Saint Michel เป็นวิหารขนาดใหญ่โตมหึมา ตั้งอยู่บนเกาะอันรายล้อมไปด้วยทะเลชายฝั่งตะวันตก ของประเทศฝรั่งเศส วิหารแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ Unesco ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979

ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศไปชม  Mont Saint Michel จำนวนมากกว่า 3 ล้าน 2 แสนคน จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมอันดับ 3 ของประเทศฝรั่งเศสไปโดยปริยาย

เกาะวิหารสร้างมาจากหินแกรนิต มีเส้นรอบวง960 เมตร สูง 92 เมตร ถ้ารวมเข้ากับความสูงของวิหารนั้นก็จะมีความสูงถึง 155 เมตรเลยทีเดียว ถือเป็นปราการซึ่งธรรมชาติเสกสรรปั้นแต่งอย่างแท้จริง บนยอดวิหารจะมีรูปปั้นทองของอัครทูตสวรรค์ Michael  สร้างโดย Emmanuel Frémiet

ปัจจุบันนี้มีประชากรอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ 44 คน

ประวัติ Mont Saint Michel

ก่อนจะมีการสถาปนาราชวงศ์แรกของฝรั่งเศสขึ้น เกาะนี้เคยถูกเรียกว่า Mont Tombe  ตามตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่าวิหารที่อยู่บนเกาะนี้ถูกสร้างโดยคำแนะนำของอัครทูตสวรรค์ Michael  ซึ่งได้ไปเข้าฝันนักบุญท่านหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิบัติตามฝัน เพราะนึกว่าปีศาจมาเข้าฝัน เขาจึงได้ไม่สนใจ พอฝันครั้งที่ 3 Michael ได้จิ้มที่หัวของนักบุญ และเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ตกใจเป็นอย่างมากเพราะว่ามีรูอยู่บนหัวจริงๆ เมื่อหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ เขาจึงตัดสินใจสร้างวิหารบนยอดเขาขึ้นมา

พอมาถึงยุคการปฏิวัติฝรั่งเศส ทำให้ไม่มีพระมาจำพรรษาอยู่  เลยได้มีการใช้วิหารเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จนกระทั่ง Victor Hugo ได้เข้ามารณรงค์เพื่อต้องการเรียกร้องคืนสิ่งก่อสร้างทีสำคัญทางสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศษ ในที่สุดก็ได้มีการยกเลิกเรือนจำ และได้เปลี่ยนมาเป็นสถานที่สำคัญ ในปีค.ศ. 1874 สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

การเดินทาง

สมัยก่อนการเดินทางไปยัง Mont Saint Michel สามารถเดินทางได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น เพราะตอนระดับน้ำปกติน้ำจะท่วมออกมาปิดกั้นถนน จนกระทั่งในปีค.ศ. 2006 รัฐบาลได้ริเริ่มสร้างเขื่อนกั้นน้ำ โดยมีจุดประสงค์อันดับ 1  คือช่วยคืนสภาพความเป็นเกาะให้แก่ Mont Saint Michel โดยพึ่งพาการไหลของน้ำเพื่อขจัดคราบดินตะกอน โครงการนี้สร้างสำเร็จ ในช่วงปี ค.ศ.2015 นอกจากนี้วัตถุประสงค์อีกส่วนหนึ่งของโครงการคือต้องการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ โดยในปัจจุบันก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนถนนซึ่งเชื่อมกับแผ่นดินให้เป็นกลายสะพาน เพราะต้องการให้น้ำไหลหมุนเวียนได้โดยรอบเกาะ รวมไปถึงการย้ายลานจอดรถไปตรงบริเวณแผ่นดินใหญ่ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถจอดรถได้บนฝั่ง และจะมีรถ รับ – ส่ง จากจุดจอดรถไปยังบริเวณเกาะ