การทำเกษตรประณีตและการทำเกษตรเชิงเดียว

เราจะยกตัวอย่างการทำเกษตรที่จะทำให้ชาวสวนชาวไร่มีฐานะที่มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป โดยยกตัวอย่างของ นาย ก. และ นาย ข. โดยเราจะให้ทั้งคู่มีพื้นที่ให้คนละ 1 ไร่ เพื่อการทำเกษตร ปีนี้อ้อยราคาดี

นาย ก. จึงเลือกปลูกอ้อยอย่างเดียว 1 ไร่ และมีพื้นที่บริเวณบ้านเพียงเท่านั้น ส่วน นาย ข. เลือกทำเกษตรแบบประณีต โดยการปลูกพื้นแบบผสมผสาน โดยใช้พื้นที่ 1 ไร่ แบ่ง ปลูกอ้อย 1 ส่วน กล้วย 1 ส่วน ลำไย 1 ส่วน ขุดบ่อเลี้ยงปลาอีก 1 ส่วน และยังปลูกพื้นผักสวนครัวอีก 1 ส่วน สมุนไพรอีก 1 ส่วน และปลูกบ้านที่อยู่อาศัยอีก 1 ส่วน

พื้นที่ว่างเปล่า

เกษตรประณีตและเกษตรเชิงเดียว

ความแตกต่างของประณีตและการทำเกษตรเชิงเดียว

ไร่ของนาย ก. ที่ทำเกษตรเชิงเดียว ต้องใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก

ใช้สารเคมี

ส่วนไร่ของ นาย ข. ให้พืชดูแลกันเอง โดยไม่ต้องเสียค่าสารเคมีต่างๆ แถมยังได้พื้นผักผลไม้ที่ปลอดสารพิษอีกด้วย

ไม่ใช่สารเคมี

เมื่อนาย ก. หิว นาย ก. ต้อง ตัดอ้อยไปขายแล้วเอาเงินไปซื้อกับข้าวมาทำกิน

หิว

ขายของ

ซื้อกับข้าว

ส่วนนาย ข. เดินไปหน้าบ้านตกปลาและเก็บพืชผักสวยครัวมาทำกับข้าวกินโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท

ตกปลา

เมื่อนาย ก. เจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลเสียค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าเดินทางไปโรงพยาบาลอีก

ไปโรงพยาบาล

ส่วนนาย ข. เมื่อเจ็บป่วย นาย ข. แค่เดินไปรอบๆ บ้านเก็บสมุนไพรที่ปลูกไว้มากินเป็นยาไม่ต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าเดินทางอีกด้วย ประหยัดเวลามี เวลาพักผ่อนมากกว่า นาย ก. ซะอีก

สมุนไพร

ที่สำคัญวันดีคืนดีหากอ้อยล้นตลาด ราคาตก นาย ก. ก็จะเสี่ยงขาดทุน เหนื่อยกับการทำสวนทำไร่ฟรี ดีไม่ดีอาจจะเป็นหนี้เป็นสิ้นเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย หากเป็นหนักนาย ก. อาจจะต้องขายที่ทำมาหากินเพื่อนเอาเงินมาประทังชีวิตและจะต้องจำเป็นส่งลูกหลานไปทำงานในเมืองใหญ่ที่มีงานทำเยอะๆ และอยู่ไกลบ้าน ผลลัพธ์ก็คือ นาย ก. ต้องอาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพังทั้งเหงาทั้งคิดถึงลูกหลาน ส่วนลูกหลานส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะมีเวลากลับมาบ้านเยี่ยมพ่อกันสักส่วนใหญ่เมื่อเริ่มแก่ตัวลงไปก็ต้องอยู่คนเดียวช่วยตัวเองไปวันๆ ซึ่งในปัจจุบันจะเจอปัญหาครอบครับแบบ นาย ก. เยอะมาก

กลุ้มใจ

ลูกหลานออกไปหางานทำนอกบ้าน

ผลลัพธ์ของการทำเกษตรเชิงเดียว

ต่างกับนาย ข. ที่มีผลลัพธ์ในการใช้ชีวิตที่ดี เนื่องจากหากอ้อยที่ปลูกไว้ล้นตลาด นาย ข. จะขาดทุนไม่มากเพราะปลูกน้อย แถมนาย ข. ยังมี กล้าย ลำไย พืชผัก ปลา ไว้ขายได้อีก เรียกได้ว่าโอกาสขาดทุนแทบไม่มีเลย ที่สำคัญหากปีนั้นฝนแล้งนาย ข. ยังมีน้ำใช้รดต้นไม้นั้นก็คือน้ำในบ่อปลาเอามาใช้แทนกันได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งจะทำให้ต้นไม้ทุกต้นได้รับน้ำไปหล่อเลี้ยงส่งผลให้เจริญงอกงามสมบูรณ์ออกผลตาม ฤดูกาลและมีประสิทธิภาพอีกด้วย เมื่อนาย ข. มีงานทำอย่างมั่งคงก็จะมีเงินมาหล่อเลี้ยงชีวิตทุกคนในครอบครัวซึ่งคนในครอบครัวก็จะไม่ต้องดิ้นรนออกไปหางานทำต่างบ้านต่างเมือง และก็จะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกับกับทุกคนในครอบครัวอย่างมีความสุข ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา และตัวของนาย ข. เองก็จะไม่ต้องเหงาที่สำคัญยังมีคนค่อยดูแลอีกด้วย และเมื่อมีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้วก็หาเวลาว่างไปหาความรู้ มาต่อยอดการทำเกษตรแบบประณีต เช่น เพราะเห็ดขาย เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงหมู เลี้ยงกบ เพื่อให้ครบวงจรชีวิตและเพิ่มรายได้สร้างกำไรให้มากขึ้น

ราคาตกไม่กลัว

มีงานให้ลูกหลานได้ทำมาหากิน

ผลลัพธ์ของเกษตรประณีต

และนี้ก็คือตัวอย่างของการทำเกษตรแบบประณีตและการทำเกษตรแบบเชิงเดียว ซึ่งเราไม่ได้จะบอกกว่าการทำเกษตรเชิงเดียวจะไม่ดีเสมอไป แต่การทำเกษตรเชิงเดียวก็เปรียบเสมือนกับการเสี่ยงดวงเสี่ยงทายนั้นแหล่ะ หากช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ราคาดีก็อาจจะทำให้ชาวสวนชาวไร่รวยได้ และในทางกับกันหากราคาตกในช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิตขึ้นมาก็อาจจะทำให้ชาวสวนชาวไร่เจ๊งได้เหมือนกัน ซึ่งในชีวิตจริงเราไม่ควรที่จะเสี่ยงในการทำมาหากินเพราะอาจจะส่งผลถึงลูกหลานได้ ดังนั้นเลือกที่จะมั่นคงต้องเลือกการทำเกษตรแบบประณีตกันเถอะทั้งมั่นคงและเห็นผลจริงเพราะชาวสวนชาวไร่ในปัจจุบันเริ่มหันมาทำเกษตรเชิงประณีตกันมากกว่าครึ่งแล้วและทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่มาทำเกษตรแบบประณีตก็มีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากขึ้นมีเวลาให้กันและกัน ความสุขที่ยิ่งใหญ่ก็คือการได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนในครอบครัวนี่แหละครับ

ความแต่กต่าง

ตัวอย่างของการทำการทำเกษตรแบบประณีต

แปรงตัวอย่าง

ตัวอย่างแปรงแบบประณีต

เกษตรแบบประณีต

แผนผังทฤษฎี